ตัวเลขที่ทุกคลินิกโฆษณา และแทบไม่มีความหมายเลย
เปิดหาโปรโมชั่น HIFU ในกรุงเทพ แล้วคุณจะเจอตัวเลขเดียวกันหมด — 100 ช็อต, 300 ช็อต, 600 ช็อต ราคาเรียงกันไป ดูเผิน ๆ เหมือนเปรียบเทียบง่าย ยิ่งช็อตเยอะยิ่งคุ้ม
ปัญหาคือ จำนวนช็อตไม่ได้บอกว่าพลังงานลงไปที่ชั้นไหน
300 ช็อตที่หัว 4.5 มิลลิเมตร กับ 300 ช็อตที่หัว 1.5 มิลลิเมตร เป็นตัวเลขเดียวกัน ราคาอาจเท่ากัน แต่ทำงานคนละชั้นของเนื้อเยื่อโดยสิ้นเชิง อันหนึ่งลงถึงชั้น SMAS ที่ศัลยแพทย์ดึงตอนผ่าตัดดึงหน้า อีกอันทำงานอยู่ที่หนังแท้ส่วนบน
บทความนี้อธิบายว่าตัวเลขในใบเสนอราคาหมายความว่าอะไร
ความลึกคือหัว ไม่ใช่ปุ่ม
จุดที่คนเข้าใจผิดกันบ่อย — ความลึกไม่ได้ปรับด้วยการหมุนปุ่ม แต่เปลี่ยนด้วยการเปลี่ยนหัวทรานสดิวเซอร์ หัวแต่ละหัวยิงที่ความลึกคงที่หัวละหนึ่งระดับ
บนเครื่อง Ultraformer MPT ระดับความลึกแบ่งเป็นสองกลุ่ม
กลุ่ม Micro — 1.5 / 2.0 / 3.0 / 4.5 มิลลิเมตร สร้างจุดความร้อนขนาดประมาณ 0.5 มิลลิเมตร
| ความลึก | ลงถึงชั้น | ใช้กับ |
|---|---|---|
| 1.5 มม. | หนังแท้ส่วนบน | รอบดวงตา หนังตาบน ผิวชั้นตื้น |
| 2.0 มม. | หนังแท้ | ริ้วรอยรอบตาและมุมปาก (ระดับที่เพิ่มมาในรุ่น MPT) |
| 3.0 มม. | หนังแท้ส่วนลึก | แก้ม ลำคอ พื้นที่กว้าง |
| 4.5 มม. | ชั้น SMAS | กรอบหน้า ใต้คาง ร่องแก้ม |
กลุ่ม Macro — 6.0 / 9.0 / 13.0 มิลลิเมตร สร้างจุดขนาดประมาณ 1 มิลลิเมตร และให้พลังงานต่อจุดสูงกว่ากลุ่ม Micro ราว 8 เท่า ใช้กับบริเวณลำตัวเป็นหลัก
4.5 มิลลิเมตรคือระดับที่ทำงานกับการหย่อนคล้อยจริง ถ้ามาด้วยเรื่องกรอบหน้าไม่ชัดหรือใต้คางหย่อน แล้วโปรแกรมไม่มีหัว 4.5 อยู่เลย พลังงานทั้ง 300 ช็อตไม่ได้ลงไปถึงชั้นที่คุณต้องการแก้
โหมด Normal กับ MP ต่างกันอย่างไร
MPT ปล่อยพลังงานได้สองรูปแบบ และมันไม่ใช่แค่ชื่อทางการตลาด
โหมด Normal ยิงเป็นจุดแยกกันตามระยะที่ตั้งไว้ เป็นรูปแบบเดียวกับ HIFU รุ่นก่อนหน้า ให้ความร้อนต่อจุดสูง เหมาะกับงานที่ต้องการแรงหดตัวชัดเจน เช่น ที่ชั้น SMAS
โหมด MP (Micro Pulsed) ยิงถี่ต่อเนื่องในเส้นเดียวกัน ในหนึ่งเส้นยาว 25 มิลลิเมตร วางจุดความร้อนได้ 417 จุด ความร้อนจึงสะสมกระจายทั่วพื้นที่แทนที่จะกระจุกเป็นจุด ๆ เหมาะกับพื้นที่กว้าง และคนส่วนใหญ่รายงานว่ารู้สึกสบายกว่า
ในทางปฏิบัติแพทย์ใช้สองโหมดร่วมกันในครั้งเดียว — Normal ที่ 4.5 มม. เพื่อทำงานที่ SMAS แล้วตามด้วย MP ที่ 3.0 มม. เพื่อเก็บพื้นที่กว้าง สัดส่วนขึ้นกับการประเมิน ไม่ใช่สูตรสำเร็จ
หน้าตาของโปรโตคอลจริง
นี่คือตัวอย่างที่บันทึกไว้ในคู่มือทางคลินิกของ Classys ให้ดูว่าช็อตถูกกระจายอย่างไรจริง ๆ
ใบหน้าส่วนล่างและร่องแก้ม
- 5 มม. โหมด Normal และ MP รวม 100 ช็อต
- 0 มม. โหมด Normal และ MP รวม 200 ช็อต
- 0 มม. โหมด Normal 200 ช็อต
ใต้คางและกรอบหน้า
- 0 มม. โหมด MP 100 ช็อต
- 5 มม. โหมด Normal 150 ช็อต
- 0 มม. โหมด Normal และ MP อย่างละ 75 ช็อต
- 0 มม. โหมด Normal 200 ช็อต
สังเกตว่าไม่มีอันไหนใช้หัวเดียวจนจบ ทุกโปรโตคอลไล่จากลึกไปตื้น เพราะแต่ละชั้นแก้คนละปัญหา
Ultra-Booster คืออะไร
เป็นหัวจับแบบปากกาที่ปล่อยพลังงานเป็นวงกลม ใช้ที่ความลึก 1.5, 3.0 และ 4.5 มม. เลือกได้ทั้งสองโหมด โดยทั่วไปใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อเก็บบริเวณโค้งหรือพื้นที่แคบที่หัวมาตรฐานวางไม่แนบ — รอบจมูก มุมปาก ขอบกราม
เป็นรายการเสริม ไม่ใช่ของทดแทนขั้นตอนหลัก ถ้าโปรแกรมมีแต่ Booster โดยไม่มีหัวมาตรฐาน แปลว่าไม่ได้ทำงานที่ชั้นลึก
ใช้เวลานานเท่าใด
เอกสารของผู้ผลิตระบุ 15–20 นาทีสำหรับใบหน้าหรือลำคอ และ 40–60 นาทีสำหรับบริเวณลำตัว เวลาจริงขึ้นกับจำนวนช็อตและจำนวนบริเวณ และไม่รวมเวลาปรึกษากับเวลารอยาชาออกฤทธิ์
ถ้าโปรแกรม 300 ช็อตเสร็จใน 8 นาที นั่นเป็นข้อมูลอย่างหนึ่ง
สี่คำถามที่ทำให้ใบเสนอราคาเทียบกันได้จริง
- หัวอะไรบ้าง ความลึกเท่าไหร่ — ขอเป็นตัวเลข ไม่ใช่ "หัวสำหรับหน้า"
- ช็อตกระจายยังไงในแต่ละความลึก — 300 ช็อตแบ่งเป็นอะไรบ้าง
- ใช้โหมดไหน — Normal, MP หรือทั้งสอง
- หัวทรานสดิวเซอร์เป็นของผู้ผลิตและนับอายุการใช้งานอย่างไร — หัวมีจำนวนช็อตจำกัดตามการออกแบบ
คลินิกที่ตอบสี่ข้อนี้ได้ทันทีกับคลินิกที่ตอบไม่ได้ ให้ข้อมูลคนละอย่างกับคุณ ก่อนที่จะพูดเรื่องราคาเสียอีก
แล้วราคาล่ะ
เมื่อรู้ว่ากำลังซื้ออะไร การเทียบราคาถึงจะมีความหมาย ที่ VERZO CLINIC โปรแกรม 100 ช็อตอยู่ที่ ฿3,900 และ 300 ช็อตอยู่ที่ ฿11,900 ส่วน Ultra-Booster เป็นรายการเสริมที่ ฿3,900
ตัวเลขเหล่านี้เทียบกันได้ก็ต่อเมื่ออีกฝั่งบอกความลึกและการกระจายช็อตมาด้วย ถ้าไม่มีข้อมูลนั้น คุณกำลังเทียบตัวเลขสองตัวที่หมายถึงคนละอย่าง
---
*เนื้อหาด้านเทคนิคเรียบเรียงจากคู่มือการใช้งาน ULTRAFORMER MPT รุ่น UF4-M400 และเอกสารทางคลินิกของ Classys Inc. จัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย Quantum Healthcare (A ParagonCare Brand) โปรแกรมและราคาข้างต้นเป็นของ VERZO CLINIC มีผลระหว่างวันที่ 1–31 สิงหาคม 2569 ราคารวมค่าแพทย์แล้ว ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ผลลัพธ์ของการรักษาในแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน โปรดเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนตัดสินใจ*
